สภาพทางเศรษฐกิจ

ด้านการเกษตร

การประกอบอาชีพด้านการเกษตรของเกษตรกร จะอาศัยความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ในการทำสวนยางพารา สวนผลไม้ และพืชไร่ ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการเพาะปลูกได้เปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นการปลูกแบบผสมผสานแทน ดังนี้

  • สวนยางพารา: เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยางเป็นหลัก ยางพาราเป็นพืชที่ทำรายได้หลักให้กับครัวเรือนเกษตรกร และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ได้รับการสงเคราะห์จากส่วนราชการ (การยางแห่งประเทศไทย) ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายล้านบาท โดยมีผลผลิตประมาณ 2.5 – 3 กิโลกรัม/ไร่
  • สวนผลไม้: สวนผลไม้ในตำบลเกษตรกรจะปลูกในลักษณะของสวนผสม ได้แก่ เงาะ มังคุด ทุเรียน และลองกอง ซึ่งในแต่ละปีจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมของการดูแลเป็นหลัก
  • พืชไร่และพืชผัก: เกษตรกรจะปลูกพืชไร่ พืชผัก ในพื้นที่สวนยางขนาดเล็ก (อายุ 1 – 3 ปี) เพื่อเป็นพืชแซมยาง และปลูกในพื้นที่นาข้าวหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อเป็นพืชฤดูแล้ง พืชที่นิยมปลูก ได้แก่ ถั่วลิสง ข้าวโพดหวาน แตงโม ถั่วฝักยาว แตงร้าน แตงกวา ฟักเขียว และฟักทอง เป็นต้น

ด้านการประมง

ในอดีตไม่มีการเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื่องจากในแหล่งธรรมชาติมีสัตว์น้ำมากมาย ได้แก่ กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เป็นต้น แต่ปัจจุบันแหล่งน้ำธรรมชาติตื้นเขิน หรือถูกปรับปรุงเป็นอ่างเก็บน้ำ/ฝายน้ำล้น ทำให้วงจรชีวิตสัตว์น้ำบางชนิดสูญพันธุ์และหายากขึ้น เกษตรกรจึงหันมาเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา เกษตรกรในตำบลได้รับการสนับสนุนการเลี้ยงสัตว์น้ำ (เช่น เลี้ยงปลาในท่อซีเมนต์และบ่อดิน) จากกรมประมงจำนวนหลายราย เพื่อเป็นการส่งเสริมและเพิ่มผลผลิตด้านการประมง

ด้านการปศุสัตว์

เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสัตว์พันธุ์พื้นเมือง ได้แก่ โค กระบือ สุกร เป็ด และไก่ โดยสัตว์ใหญ่ (โค กระบือ สุกร) มักเลี้ยงเพื่อจำหน่าย ส่วนสัตว์ปีกส่วนใหญ่เลี้ยงไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน มีเกษตรกรเพียงไม่กี่รายที่เลี้ยงสัตว์ปีกในเชิงธุรกิจ

ด้านการบริการ

ข้อมูลสถานประกอบการประเภทบริการในพื้นที่ตำบลนาหลวงเสน มีดังนี้

  • สถานประกอบการประเภทบริการปั๊มน้ำมัน, ก๊าซ จำนวน 3 แห่ง
  • สถานประกอบการซ่อมรถยนต์ จำนวน 4 แห่ง
  • สถานประกอบการซ่อมจักรยานยนต์ จำนวน 4 แห่ง
  • สถานประกอบการร้านเสริมสวย จำนวน 7 แห่ง
  • สถานประกอบการล้างรถ จำนวน 1 แห่ง